“หนูตกถังข้าวสาร” เรื่องสอนใจคนยุคนี้ เอาไว้คอยเตือนสติ

216

เรื่องที่ 1

หนูตัวหนึ่งตกลงไปในถังข้าวส าร แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ มันดีใจมาก

มันคิดว่าตัวเองเป็นหนูที่โชคดีมากๆ มันจึงกินข้าวสารนั้นอย่ างอิ่มหมี

พีมัน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน เป็นอยู่อย่ างนี้หลาย ๆ วัน ต่อ ๆ กัน

วันแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ… พอวันหนึ่ง ตอนที่มันกินจนเห็น

พื้นของถังข้าวสาร มันฉุกคิดในใจ แต่ข้าวสารในถังก็เป็นสิ่งที่ยั่ วยวน

ซะเหลือเกิน มันกินจนข้าวส ารในถังหมดไป ถึงตอนนี้มันถึงได้รู้ว่าการ

ปีนออกจากถังเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้วอีกต่อไป

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

แม้การใช้ชีวิตของเราดูเหมือนปกติธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้วมันเต็มไป

ด้วยกับดั ก และหลุ ม พล างที่แสน อั น ต รายอยู่รอบๆตัว

เรื่องที่ 2

เรื่องมีอยู่ว่า…

ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง มาร์ก ทเวน นั่งอยู่ตรงข้ามกับผู้หญิงคนหนึ่ง

เขาพูดไปตามมารย าทว่า..

“ คุณสวยมากจริง ๆ เลยครับ ” แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่รับน้ำใจ ไม่

แม้แต่จะกล่าวคำว่าขอบคุณ เธอพูดออกไป อย่ างยโสว่า

“ น่าเสี ยใจจัง ที่ฉันไม่สามารถชมว่าคุณหล่อ

เหมือนกับที่คุณชมว่าฉันสวยได้ ”

มาร์ก ทเวน ได้ยินเขาตอบแบบนั้น เลยพูดออกไปอย่ างสุภาพว่า

“ ไม่เป็นไรครับ แต่บางทีคุณควรฝืนใจฝึกพูด

โกหกเหมือนผมบ้างก็ได้นะครับ ”

ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกอับอายจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเลย

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

เมื่อคุณโยนหินออกไปข้างหน้า คนที่จะสดุดมันล้ มไม่เป็นท่า

ก็คือ ตัวคุณเองนั่นแหละ

เรื่องที่ 3

เรื่องมีอยู่ว่า…

ภรรย ากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว และมีสามีคอยกำกับอยู่ข้าง ๆ

“คุณ เบา ๆ ช้าๆ หน่อย /ระ วั งหน่อยสิ / ไ ฟ แร งไป/ เร็วๆ รีบ

พลิกปลาได้แล้ว/ ตักออกมาสิ / น้ำมันเยอะไปนะ บลาๆ

“ นี่คุณ !! ” ภรรย าทนไม่ไหว

“ ฉันทำกับข้าวเป็น พูดอยู่ได้ ”

“ ที่รัก ผมรู้ว่าคุณทำเป็น ” ผู้เป็นสามีบอกออกไป

“ ผมเพียงอย ากให้คุณรู้ว่า เวลาที่ผมขับรถแล้วคุณคอยบอก

ให้ผมเบรก ให้ผมเร็ว ให้ผมระ วั ง ให้ผมแ ซ งนะ ผมรู้สึกยังไง”

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

การเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องย าก เพียงแค่คุณยินดี

ยืนอยู่ในจุดยืนของฝ่ายตรงข้ามก็แค่นั้นเอง

เรื่องที่ 4

เรื่องมีอยู่ว่า…

“ หากเพื่อน ๆ เลือกฉัน อีกสิบปีข้างหน้า เพื่อน ๆ สามารถอวด

กับลูก ๆ และสามีได้ว่า ในปีที่แม่เรียนอยู่ แม่สวยกว่าดาวของ

คณะอีกนะ ” เมื่อถึงเวลาเลือกดาวคณะ ปรากฏว่าเธอชนะ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

การจะพูดให้คนอื่นยอมรับคุณ ไม่ต้องบอกในความพิเศษและ

โดดเด่นของคุณ แต่จงทำให้คนอื่นรู้สึกว่าเพราะคุณ พวกเขาจึง

มีความพิเศษและโดดเด่นขึ้น

เรื่องที่ 5

เรื่องมีอยู่ว่า… วันที่ 1

กระต่ า ยออกไปต กปลา แต่กลับมาตัวเปล่า ไม่ได้ปลากลับมาเลย

วันที่ 2 กระต่ า ยไปต กปลาอีก แต่ก็กลับมาตัวเปล่าเหมือนเดิม

วันที่ 3 เมื่อกระต่ า ยไปถึงบ่อปลา ปลาตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นจากน้ำ

และตะโกนพูดขึ้นว่า…

“ถ้านายยังเอาแครอทมาเป็นเหยื่ออีก

ฉันจะกระโดดขึ้นจากน้ำมาตบแกให้ต ายเลยนะ ”

เรื่องสอนให้รู้ว่า คุณให้ในสิ่งที่คุณชอบแก่คนอื่น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่

ฝ่ายตรงข้ามต้องการอุทิศให้ในแบบโลกของคุณ

มันก็คงไม่มีค่าอะไรหรอก

เรื่องที่ 6

เรื่องมีอยู่ว่า…มีเสืออยู่สองตัว ตัวหนึ่งอยู่ในกรง อีกตัวหนึ่งอยู่ในป่า

มันต่างคิดว่าที่ ๆ มันอยู่นั้นไม่น่าอยู่เลย ต่างก็อิ จฉ า

การดำเนินชีวิตของกันและกัน วันหนึ่งพวกมันจึงแลก

ที่อยู่กัน ต่างก็มีความสุขกับสภาพแวดล้อมใหม่

ต่อมาไม่นาน เสือทั้งสองตัวก็ต าย ตัวหนึ่งอดต าย

อยู่ในป่า อีกตัวหนึ่งต า ย เพราะซึ มเศร้ าอยู่ในกรง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า …

บางครั้ง เราไม่ถนอมวาสนาที่เรากำลังได้รับอยู่

แต่เรามักอิ จ ฉ าในวาสนาของคนอื่น แท้จริงแล้ว

สิ่งที่คุณมีนั่นแหละคือสิ่งที่คนอื่นอิ จ ฉา

เรื่องที่ 7

มีบ้านหลังหนึ่ง ที่บ้านมีกาน้ำชาสูงค่า เพราะเป็นกาที่ปั้น

มาจากดินชนิดพิเศษสุดของประเทศจีน เลยวางไว้หัวเตียง

อย่ างทะนุถนอม มีอยู่คืนหนึ่ง ด้วยความไม่ร ะวั ง มือได้ไป

ปัดโดนฝากาน้ำชากระเด็นตกสู่พื้น ทั้งโ ก ร ธแค้น ทั้งเจ็ บใจ

เมื่อคิดว่าทำฝาแต กแล้ว จะเก็บกาไว้ให้ดูเจ็ บใจไปทำไม

คิดได้ดังนั้น เลยหยิบกาน้ำชาขว้างออกไปนอกหน้าต่างอีก

รุ่งเช้าตื่นมาลุกลงจากเตียง… ยังเห็นฝากาน้ำชาหล่นอยู่บน

รองเท้านุ่นที่ข้างเตียง ไม่มีอะไรแต กเสี ยหายเลยแม้แต่น้อย

พอนึกได้ คิดว่าทำไงดีวะในเมื่อกาน้ำชาก็ขว้างทิ้งไปแล้ว

พอคิดก็ยิ่งเจ็ บใจไปอีก เลยกระทื บฝาจนแต กละเอียด

พอตอนสายๆ เดินออกไปนอกบ้าน ปรากฏว่าไปเห็นกาน้ำชา

ที่ขว้างออกไปเมื่อคืนนั้น ยังคาอยู่บนต้นไม้ ไม่มีอะไรบุบสลาย

เลยแม้แต่น้อย ทุกอย่ างยังเหมือนเดิม

เรื่องสอนให้รู้ว่า…บางเรื่องนั้นเราควรรอสักนิด ดูอีกสักหน่อย ไตร่ตรองสักพัก

เพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะไม่ได้เป็นอย่ างที่เราเห็นเราเข้าใจ

ความวู่ว ามเปรียบเหมือนปีศ าจร้ าย ฝึกให้ใจเย็นไว้หน่อย

และนั่นคือวิถีของคนฉลาด..