กระติก เปิดใจครั้งแรก เล่าเหตุการณ์ทุกอย่างบนเรือ

422

จากคดี แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ ดาราสาว พลัดตกเรือลงแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้เคียงท่าน้ำพิบูลย์สงคราม ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี

~

~

ก่อนเจ้าหน้าที่พบและแจ้งความดำเนินคดีกับคนขับเรือ เจ้าของเรือที่เป็นไฮโซดัง

กระติก เปิดใจว่า ไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ เป็นเพื่อนกับเรามานาน จึงชวนมาเจอกัน และระดมเพื่อน

~

~

รวมถึงแตงโมและแซน โดยแซนเป็นเพื่อนของปอ โดยกระติกก็ไปด้วย ก่อนที่จะไปลงเรือ โดยนัดกันประมาณ 4 โมง ซึ่งไปแต่งหน้าที่บ้านแตงโมก่อน พอไปถึงอู่เรือ

โดยกระติกกับแตงโมไปช้า ทำให้ปอเอาเรือไปเติมน้ำมันก่อน และไปเจอเพื่อนของปออีก 2 คนด้วย ไม่งั้นปอจะเป็นผู้ชายคนเดียว ซึ่งเราก็เข้าใจ จากนั้นปอขับเรือกลับมารับ

และขับเรือไปร้านอาหารแวะทานข้าว ใช้เวลาประมาณ 2 ช.ม. โดยสั่งอาหารมา 8-9 อย่าง ก่อนกลับตนก็เข้าห้องน้ำ

~

~

เพราะบนเรือไม่มีห้องน้ำ โดยแตงโมบอกไม่เข้าและนั่งเล่นมือถือ ก่อนมาลงเรือ

กระติก กล่าวอีกว่า จากนั้นออกจากร้านอาหารประมาณ 2 ทุ่ม และเหตุเกิดประมาณ 4 ทุ่ม โดยตอนแตงโมไปถ่ายเบาท้ายเรือ ไม่มีใครเห็น เพราะบางส่วนกำลังถ่ายรูปกันที่บริเวณหน้าเรือ

โดยแตงโมบอก จึงถามว่าชวนเข้าห้องน้ำที่ร้านอาหารทำไมไม่เข้า ตอนนั้นเราก็ไม่สนใจและดื่มด่ำกับบรรยากาศมากกว่า

~

~

โดยแซนนั่งท้ายเรือเล่นมือถือ คนอื่นอยู่หน้าเรือ ก่อนได้ยินเสียงอีกทีว่าแตงโมตกเรือ โดยปอได้พยายามหาทางช่วยเหลือ

ลักษณะการถ่ายเบาของคนใส่บอดี้สูท ซึ่งแตงโมได้ใส่ด้วย คงถอดออกมายาก แต่ส่วนตัวจะใช้วิธีแหวกข้างออกมาแทน เพื่อถ่ายเบา ส่วนตอนแรกที่แตงโมใช้เสื้อคลุมผูกเอวนั้น เป็นการใส่ๆ ถอดๆ ภาพสุดท้ายคือเห็นแตงโมใส่เสื้อคลุม

ตอนนั้นไม่เห็นจังหวะที่แตงโมตกไป โดยคนขับเรือจะสลับกัน ระหว่างปอกับนายไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์ หรือโรเบิร์ต เพื่อนของปอ ซึ่งต้องถาม 2 คนนั้น โดยปอเป็นเพื่อนกับทุกคน ส่วนจ๊อบกับโรเบิร์ตเพิ่งรู้จักกันวันนั้น โดยเป็นเพื่อนของปอ ซึ่งเราเข้าใจ ไม่อย่างนั้นจะมีผู้ชายคนเดียวบนเรือ โดยได้แนะนำกันธรรมดา เมื่อได้มาคุยกัน

ส่วนตัวไม่รู้บนเรือมีห้องน้ำ จึงเคลียร์ตัวเองก่อนลงเรือ ยืนยันเราไปถ่ายรูป ภาพที่ออกมาจะต้องสวย โดยแตงโมเป็นดาราด้วย จึงต้องมีเรื่องถ่ายรูป เพื่อนำไปใช้ เช่นเดียวกับเสื้อชูชีพอาจเป็นอุปสรรคและรูปอาจออกมาไม่ดี โดยคิดว่าเราไม่ได้มาเล่นบานาน่าโบ๊ต และการขับเรือก็ไม่ได้น่ากลัว จึงไม่ได้ใส่เสื้อชูชีพ

กระติก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้นัดมาเจอกันที่อู่เรือ โดยอยู่จุดนั้นถึงเกือบตี 4 ตอนนั้นคิดถึงลูกและกลับไปยังบ้านของแตงโม ไปถึงบ้านก็อาบน้ำ เราไม่คิดเรื่องการให้ปากคำ ส่วนอีกวันตั้งใจมาพบตำรวจ แต่ประเด็นเยอะไปหมด จึงอยากปรึกษาใครสักคน เลยทำให้ช้า เพราะเรื่องหนักมาก เราไม่ได้อ่านอะไรเลย ทำให้ไม่ทราบ

อย่างไรก็ตาม กระติก ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นบนเรือแล้ว ซึ่งความจริจะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันต่อไปค่ะ