พาไปทำความรู้จัก สถานปฏิบัติธรรม วิโมกสิวาลัย

454

กรณีนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ปอ เจ้าของเรือสปีดโบ๊ต และนายไพบูลย์ ศรีกาญจนานันท์ หรือ โรบิร์ต ผู้ขับเรือสปีดโบ๊ต

~

~

ทั้งคู่เป็นผู้ต้องหาคดีสาวแตงโมพลัดตกเรือ ประกาศขอบวชที่วัดท่าไม้ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อจะอุทิศส่วนบุญกุศลให้กับแตงโม

ทั้งนี้ ภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าเวลา 05.03 น. มีรถกระบะ สีขาว 4 ประตู ขับมาจอดบริเวณประตูทางเข้าวัดก่อนมีพระสงฆ์ 1 รูป ออกมาเปิดประตูและก้าวขึ้นรถไป จากนั้นเวลา 05.14 น. รถเก๋งโตโยต้าซึ่งจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ ขับตามกระบะสีขาวออกไป ไม่ชัดเจนว่าเป็นรถของทีมงานในวัดหรือไม่

ทีมข่าวตรวจสอบภาพวงจรปิดไปกว่า 1 ชม. พบว่ามีรถยนต์ขับเข้าวัดไปประมาณ 2 คัน โดยไม่พบรถของไฮโซปอ

~

~

และโรเบิร์ตมาที่วัดท่าไม้แต่อย่างใด ขณะที่คนใกล้ชิดพระอาจารย์ เปิดเผยกับทีมข่าวว่า พระอาจารย์อุเทน ออกจากวัดท่าไม้ ไปสำรวจพื้นที่ธรรมสถาน วิโมกสิวาลัย ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.65) ก่อนเดินทางไปฉันเพลบ้านลูกศิษย์ และปฏิบัติกิจของสงฆ์ต่อเนื่องอยู่ที่ธรรมสถาน

จากนั้นนายปอ และนายโรเบิร์ต เดินทางไปถึงธรรมสถาน เวลา 19.00 น. ก่อนมีการร่วมพูดคุย และสวดมนต์ไหว้พระ และนอนอยู่ที่ธรรมสถาน จากนั้นช่วงเช้าเวลา 04.00 น. ทั้งคู่ออกมาสวดมนต์ทำกิจพร้อมพระ ต่อมาเวลา 08.00 น. พระอาจารย์ก็เริ่มทำพิธีโกนผม และเข้าสู่ช่วงพิธีรับศีล 8 ห่มชุดสีกระสีน้ำตาล เสร็จสิ้นพิธีการเวลา 10.00 น. จากนั้นทำกิจวัตรตามที่วางไว้

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ที่ใกล้กับสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สุด พบว่ารถของไฮโซปอ เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ใกล้กับสถานที่ปฏิบัติธรรม ในเวลา 21.15 น. ของวันที่ 15 มีนาคม 65 ซึ่งภาพวงจรปิดจับภาพได้ตามข้อมูลที่ ทีมข่าวได้รับมา คือ รถตู้สีขาวขเดินทางมาถึง และไม่ได้เลี้ยวไปที่สถานที่ปฏิบัติธรรม แต่เดินทางไปพักที่รีสอร์ตใกล้เคียง

โดยวงจรปิดช่วงเช้าของวันที่ 16 มีนาคม 65 จับภาพรถของไฮโซปอ ขับมาจากรีสอร์ต

~

~

มุ่งหน้าไปยังสถานที่ปฏิบัติธรรม ในเวลา 07.48 น. ขณะเดียวกัน ทีมข่าวยังได้เดินทางไปยังรีสอร์ตดังกล่าว จึงทราบว่าเมื่อคืนนี้มีผู้ชายโทรมาจองห้องพัก จำนวน 3 ห้อง โดยไม่ขอระบุชื่อ และมาถึงที่รีสอร์ต ประมาณ 21.00-22.00 น. ขับรถเข้ามาที่รีสอร์ต จำนวน 2 คัน มีรถตู้ 1 คันและรถยนต์ 1 คัน มากัน 5 คน ผู้ชาย 3 ผู้หญิง 2 ซึ่งทุกคนใส่ชุดสีขาว จากนั้นทั้ง 5 คน ได้เดินทางออกจากรีสอร์ต ในเวลาประมาณ 07.00-08.00 น. โดยไม่ขอรับอาหารเช้า

ทีมข่าวเดินทางไปยังสถานที่ปฏิบัติธรรม วิโมกสิวาลัย เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ในพื้นที่อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พบว่าบรรยากาศเงียบเงา ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า จากนั้น เวลา 15.45 น. มีรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ด้านข้างประตู ติดโลโก้สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ ขับเข้ามาบริเวณด้านหน้าสถานที่ปฏิบัติธรรม

นายต้นไม้ (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า สำหรับสถานที่ปฏิบัติธรรมดังกล่าว เป็นที่รู้กันว่าชาวบ้านจะไม่ใส่บาตรกับพระที่นี่ เนื่องจากเมื่อครั้งที่สถานที่แห่งนี้สร้างแล้วเสร็จ ชาวบ้านจะเข้าไปทำบุญภายในก็ยากลำบาก แต่ถ้าเป็นกลุ่มของ VIP จะได้รับการดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี ส่วนสาวแตงโมและไฮโซปอและนายโรเบิร์ต ก็อาจจะเคยเข้ามาแต่ตนไม่ได้สังเกต “วันนี้ไหน ๆ จะพูดก็ขอพูดถึงพฤติกรรมของพระ เปิดเสียงบทสวดรบกวนชาวบ้าน ซึ่งตอนที่เข้าไปตามแมว แล้วพระมองหน้าไม่พอใจ ก็อยากจะให้สำนักพุทธ เข้ามาตรวจสอบว่า ทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงต้องปิดเหมือนมีอะไรปกปิดอยู่ด้านใน คนธรรมดาเข้าไม่ได้ แต่ VIP เข้าได้ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวให้ฟัง

นายจตุรงค์ จงอาษา นักวิชาการด้านศาสนา กล่าวว่า โดยปกติแล้วไฮโซปอ และนายโรเบิร์ต ไม่สามารถบวชได้อยู่แล้ว ตามกฎของมหาเถรสมาคม รวมถึงกฎหมายต่าง ๆ ก็ไม่สามารถบวชได้ แต่การโกนผมครั้งนี้เป็นการดื้อแพ่ง เพื่อจะได้เอาตัวเองไปอยู่ในสำนวน ก่อนอัยการสั่งฟ้อง และาจจะหวังผลให้ผู้พิพากษาเมตตาบรรเทาโทษหรือไม่ สำหรับตนไม่เห็นว่าการโกนผมเหล่านี้จะได้ผลอะไร ซึ่งต้องเข้าใจคำว่า พราหมณ์ คำนี้มาจากอินเดีย สืบทอดทางสายเลือด ไม่จำเป็นต้องบวช แต่การปลงผลบวช หรือโกนหัวแบบนี้ไม่ใช่พราหมณ์ แต่สังคมไทยก็เรียกกันจนติดปากว่า บวชพราหมณ์ ๆ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริง คือ การถือศีล 8 หรือถือศีล 10

นอกจากนี้ การที่หลวงพี่อุเทนอ้างว่าให้ทั้ง 2 คนโกนผมถือศีล เพื่อจะได้มาอยู่ใกล้ตัวแล้วให้พูดความจริงนั้น

~

~

ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน โดยปกติการบวชแบบไม่ปลงผมเรียกว่า บวชชีพราหมณ์ ตามประเพณีไทย แต่กรณีที่ปลงผมผู้หญิงเรียกว่า แม่ชี ผู้ชายเรียกว่า พ่อนาค หรือ อุบาสก เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ต่อไป อาจจะต้องอยู่วัด 3-5 เดือนจนกว่านิสัยจะผ่านจนบวชได้ ทั้งนี้ กรณีที่มีคดีติดตัวมาก็บวชได้ ตนอยากให้ไปถามทางฝั่งพราหมณ์มากกว่า เพราะคิดว่าไม่เกี่ยวกับประเพณีพุทธ ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่การปล้นผ้าเหลือง เพราะไม่ได้ใส่ผ้าเหลือง แต่เป็นการไปบังคับคนใส่ผ้าเหลืองมาโกนผมให้หรือไม่ เพราะตามหลักไม่มีคำว่าบวชพราหมณ์

อย่างไรก็ดี พระญาณวิกรม (พระอาจารย์อุเทน สิริสาโร) เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ กล่าวว่า หากตำรวจจำเป็นต้องเรียกทั้ง 2 คนไปให้ปากคำเพิ่มเติม ระหว่างถือศีล ก็สามารถติดต่อได้กับพระเลขา และไม่ต้องกังวลว่าทั้ง 2 คนจะหลบหนี ไปในเส้นทางชายแดนไทยเมียนมา เนื่องจากมีทหาร ดูแลความปลอดภัยตลอดแนวชายแดน ส่วนที่หลายคนกลัวว่าระหว่างปฏิบัติกิจภายนอก โดยเฉพาะการเดินบิณฑบาตมีฆราวาสอาจจะไม่พอในทั้งคู่และมาทำร้าย นั่นคือกรรมของเขา

อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตยังได้แชร์ประโยคหนึ่ง จากภาพยนตร์นาคปรก ดังต่อไปนี้

พระ พุทธศาสนานั้นศักดิ์สิทธิ์เกินกว่าที่จะทำล าย ได้

ฆราวาส ทั้ง ๆ ที่หลวงตาก็รู้ว่าพวกผมทำอะไรมา ทำไมยังบวชให้อีก

พระ การบวชมันต้องมีพิธีกรรม แต่ที่โยมทำเขาเรียกว่าปล้นผ้าเหลือง

คลิป