ออย ธนา เผยสถานะโสดแล้ว ช่วยกันทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุด

409

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งคู่ที่ตัดสินใจแยกทางกัน สำหรับคู่ของ ออย ธนา สุทธิกมล และอดีตภรรยา เธอ-รวรีย์ ทองคำกูล ที่ก่อนหน้านี้ เผชิญปัญหาชีวิตคู่

~

~

จนต้องยอมถอยกันคนละก้าว แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเคลียร์หรือหาจุดปรับจูนที่ลงตัว ทำให้ต่างฝ่ายต่างตัดสินใจแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตตามเส้นทางของตัวเอง

~

~

ถึงกระนั้นความรักที่มีต่อบุตรสาวที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจก็ยังคงเหมือนเดิม รวมถึงการทำหน้าที่พ่อแม่ดูแลบุตรที่ไม่มีขาดตกบกพร่อง โดยล่าสุด 25 เม.ย.หนุ่มออย ได้ออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้เป็นครั้งแรกผ่านทางรายการ ทางช่อง GMM25 ยอมรับว่าตอนนี้โสดแล้ว ก็มีหน้าที่คือการดูบุตร หน้าที่ของความเป็นพ่อแม่ช่วยกันดูบุตร

~

~

เกือบครึ่งปีแล้วที่โสด ช่วงแรกที่ชวนมาออกรายการก็ยอมรับว่ายังมาออกไม่ไหว ไม่รู้จะพูดอะไร กลัวพูดไปแล้วไม่ไหวพอเราตั้งเป้ามนุษย์พ่ออย่างเราอ่ะ ครอบครัวเราอยากสร้างให้ดีก่อน แล้ววันหนึ่งมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันหายไป มันไม่รู้จะทำอะไรเลย คือมันมีอะไรให้คิด แต่เมื่อไหร่ที่อยู่คนเดียว มันก็คิดวนไปวนมาหลาย ๆ

~

~

อย่าง เพราะอะไร ทำไม มันไปเรื่อย ในช่วงแรก ๆ นะ ซึ่งเรื่องมันเกิดจากที่โพสต์ไอจีเศร้า มันก็คงเป็นแบบคิดมาก ไม่รู้จะทำอะไร หาทางออก ทางนู้นทางนี้ ซึ่งเราก็มีหาเพื่อนคุย โพสต์เขียน ต้องการกำลังใจดี ๆ จากคนอื่น พออ่านก็ช่วยได้เยอะ ตอนนี้เราก็ช่วยกันทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เรายอมรับว่ามันอาจจะไม่สมบูรณ์มาก

แต่เรายังเป็นพ่อ 100 เปอร์เซ็นต์ เขาเป็นแม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เราช่วยกันทำส่วนตรงนี้ให้บุตรเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้ขาดอะไร ตอนที่ผมระบาย หลาย ๆ คนก็คงจะเดาว่าเป็นอะไร ทำไมเขียนอะไรที่ไม่ควรเขียน ผมก็เหมือนกับขอโทษด้วย แบบว่ามันมีบางสิ่งเข้าไปกระทบบางคนที่เขารู้สึกว่ามันก็เสียหาย ผมเองแหละที่เป็นคนเวิ่นเว้อไปเอง

แล้วพยายามจะบอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น เกิดปัญหาอะไรขึ้น มันก็เหมือนทุกคู่ ที่มีปัญหากันบ้าง แต่มันก็คงจะแบบมาถึงจุดหนึ่งที่มันคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว เราทำยังไงกันดี จะเดินหน้าต่อไปยังไงให้ดีที่สุด ตอน 3 เดือนนั้นที่เจอ มันเป็นช่วงละครใกล้จบ แล้วมันก็ว่าง บวกกับที่ไม่ได้ไปไหน ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง ไม่ได้เจอใคร

เก็บตัวอยู่บ้าน การได้อยู่กับตัวเองตลอดเวลา มันก็มีทั้งข้อดีและไม่ดี ข้อดีเราได้มีเวลาคิดและทบทวน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และควรทำอะไร แต่ข้อไม่ดีมันจะวนเวียนอยู่อย่างนี้ไปเรื่อย ๆ บวกกับว่าเรายังอยู่ที่เดิม ทุกคนมีทางเดินและมุมมองที่ต่างกัน มีบทสรุปของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน มันก็เกิดอะไรขึ้นได้กับชีวิตทุกคน และบางคนที่ไม่ได้มายืนตรงจุดนี้

ผมเชื่อว่าจุดที่ผมยืนไม่เหมือนจุดที่เขายืน กว่าจะตั้งหลักได้มันวนเวียนกับความคิดตัวเองอยู่ประมาณหลายเดือน จนรู้สึกว่าเราออกไปทำงานไม่ได้ ออกไปใช้ชีวิตไม่ได้ ไลน์คุยกับเพื่อนบอกไม่ไหวแล้ว ต้องตัดสินใจทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ชีวิตมันเดินต่อไป ซึ่งตอนนั้นก็ทำได้แบบหลอก ๆ แต่ว่ามันก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย วันนี้พยายามใช้ชีวิตให้มันเหมือนไม่มีอะไร

มันยากที่มาพูดอะไรตอนอึดอัด ก็ตอนนี้จากที่เราตกลงกันไม่ได้ ก็รู้สึกว่าเราต้องหาคนกลางมาคุยกัน มีคนมาไกล่เกลี่ยให้เรา และเป็นคนที่สำคัญพอให้เราตกลงกันได้ มีผลสรุปทางด้านข้อกฏหมายมาให้เราปฏิบัติ ก็เรียกได้ว่าจบกันแบบเคลียร์ ไม่สนแล้วว่ามีปัญหาอะไรกัน

เอาต่อจากนี้ดีกว่าว่าต้องทำยังไง ซึ่งเขาก็บอกว่าต่อไปนี้จะโฟกัสที่เด็กให้ได้ผลประโยชน์ที่สุด ช่วยกันดูแลให้ดีที่สุด อนาคตจะมีโอกาสให้คนมาดูแลเราไหม ตอนนี้ยังไม่รู้เลย แต่โอเคขึ้นแล้ว ได้มาดูแลบุตรสาว มีส่วนในการช่วยให้เขาเจริญเติบโตไป ทำไปทีละอย่าง เพราะเราเพิ่งพ้นมาจากความมึน ความอึดอัด