DSI เผยความจริงแล้ว ผลชันสูตรไม่ได้ระบุแผล แตงโม โดนใบพัดเรือ ขัดกับตำรวจ

436

เมื่อวานนี้ 29 เมษายน 65 อัจฉริยะ เรืองรัตพงศ์น หรือ อัจฉริยะ ได้เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อยื่นหลักฐานให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับคดี แตงโม เป็นคดีพิเศษ หากไม่ใช่พร้อมถูกฟ้องกลับ

~

~

โดย อัจฉริยะ ได้นำหลักฐานที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม แตงโม นิดา พัชระวีรพงษ์ นักแสดงสาวชื่อดัง วัย 38 ปี สาเหตุเกิดจากบุคคลที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ท จนทำให้เสียชีวิต มามอบให้กระทรวงยุติธรรมเพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ และ ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่อยู่บนเรือ ต่อไป

~

~

รวมถึง อัจฉริยะ ยังได้นำภาพถ่ายที่ระบุว่าเป็นบาดแผลของบุคคลที่ถูกใบพัดเรือบาดเข้าที่ขา ซึ่งต่างจากหลักฐานที่ตำรวจภูธรภาค 1 นำมาแสดง รวมทั้งข้อสงสัยในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจ ที่ไม่มีรอยนิ้วมือการจับขาของ แซน วิศาพัช ตามคำกล่าวอ้างว่า แตงโม มาจับขาก่อนตกเรือ ส่วนหลักฐานสำคัญคือทรายที่อยู่ในมือของ แตงโม และที่ตรวจพบในรองเท้าของบุคคลบนเรือ ก็เห็นว่าพนักงานสอบสวนไม่ให้ความสำคัญ รวมทั้งยังเชื่อว่าบาดแผลที่ต้นขาของ แตงโม เกิดจากของมีคม ไม่ใช่ใบพัดเรือ ยืนยันว่าหลักฐานที่นำมามอบให้กับกระทรวงยุติธรรมนั้น พร้อมที่จะยอมรับผลที่ตามมาหากไม่เป็นความจริง สามารถฟ้องร้องกลับได้ ส่วนกรณีที่ออกมาเคลื่อนไหวในคดีนี้เพื่ออยากให้ความยุติธรรมกับ แตงโม เชื่อว่า ดีเอสไอ (DSI) จะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้

~

~

ในขณะที่ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

~

~

ก็ได้พูดถึงคดี แตงโม ว่า หลังจากได้รับหนังสือแล้วจะมอบให้ DSI ไปตรวจสอบและพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ทั้งนี้ หากยึดตามประเด็นที่ อัจฉริยะ ยื่นให้ตรวจสอบคดีฆาตกรรม ยังมีอายุความ 20 ปี หากพบว่ามีหลักฐานจริงตามที่ยื่นมา ทาง DSI ก็จะรับทำคดี ซึ่งหาก แตงโม เสียชีวิตจากการฆาตกรรม ก็จะต้องมีผู้ถูกดำเนินคดีตามข้อหาดังกล่าว

ส่วนร่องรอยบาดแผลของ แตงโม ตามที่ตำรวจภูธรภาค 1 สรุปก่อนส่งอัยการที่ระบุว่ามี 26 บาดแผลนั้น ขัดแย้งกับรายงานผลการตรวจของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ที่ได้ชันสูตรรอบ 2 โดยรายงานของแพทย์ระบุว่ามี 22 บาดแผล ส่วนบาดแผลใหญ่ที่ต้นขา การตรวจของสถาบันฯ ไม่ได้ระบุถึงการถูกใบพัดเรือหรือไม่ แต่ระบุว่าเกิดจากวัตถุกึ่งมีคม และ เกิดก่อนเสียชีวิต เพราะทางสถาบันฯ มีอำนาจการตรวจเฉพาะคำร้องขอจากญาติ และเป็นเพียงจิ๊กซอว์หนึ่งของการตรวจพิสูจน์เท่านั้น ส่วนพนักงานสอบสวนจะนำไปประกอบสำนวนหรือไม่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ