ภาพปัจจุบัน ดา ชฎาพร ใช้ชีวิตโสดในวัย 51 ปี

558

เรียกว่าหายหน้าไปจากวงการนานพอสมควร สำหรับอดีตนางเอกดาวรุ่งยุค 90 อย่าง ‘ดา ชฏาพร’ ที่ยังคงเป็นที่จดจำของแฟน ๆ ละครไทยอยู่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ผลงานของเธอหลาย ๆ เรื่องไม่ว่าจะเป็น ‘ศีรษะมาร’ ,‘เบญจรงค์ห้าสี’ หรือ ‘ซอสามสาย’ ก็ยังอยู่ในความทรงจำ

~

~

หลังจากผันตัวเองเคยเป็นผู้จัดละครเมื่อ 2-3 ปีก่อน ตอนนี้ก็ยังสนุกกับการผลิตงานของตัวเอง ‘ก่อนโลกหมุนรอบดาว’

~

~

ผันตัวมาทำรายการเกี่ยวกับ ข้อคิดทางธรรมเหมือนกับการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายของเธอ อีกทั้งยังหันไปสนใจศึกษาธรรมและศาสนา รวมถึงพักหลังมานี้เจ้าตัวได้หันมาทำงานช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือประชาชนอีกด้วย “จริง ๆ ก็ดังแทบทุกเรื่องนะ แต่ถ้าคนจะจำพี่ได้เยอะสุดก็คงจะเป็นเรื่อง ‘ศีรษะมาร’ ตอนนั้นเราแหวกกฎนางเอก คือตัดผมสั้น แล้วคนตัดตามกันทั้งประเทศ อันนี้จริง แต่ว่าพี่ทำไปโดยความไม่รู้มากกว่า พี่ไม่รู้กติกาของ ‘คุณแดง’ คือว่ากติกาของการเป็นนางเอกจะต้องเรียบร้อย จะต้องมีแพทเทิร์นผมยาว พี่ก็ไม่รู้ พี่รู้สึกร้อนก็เลยไปตัด แล้วบังเอิญละครเรื่องถัดมาเป็นแบบห้าว ๆ ก็เลยรอดชีวิตถึงวันนี้

ถามว่าทำไมโด่งดังมาก ๆ แล้วทำไมหายจากวงการ ตอนนั้นพี่หยุดชั่วคราว เพราะว่าพี่ทำธุรกิจ มันหลายสาเหตุ พอเริ่มทำธุรกิจแล้วมันเป็น 2 ปีแรก

~

~

มันเหมือนพอเราไม่เคยทำมาก่อน 2 ปีแรก ก็เลยเป็นช่วงที่เราต้องเฝ้า อบรม ดูแล ก็เป็นคนแรกที่เริ่มธุรกิจตอนอายุ 25 ถึงตอนนี้พี่ทำมาแล้ว 25 ปี คนคิดว่าเพระาไม่ได้รับบทนางเอกแล้วเราเลยถอย อย่าพูดว่านางรองเลย ถ้าวัยเราเนี่ย ส่วนใหญ่เขาจะไปเล่นตามวัย ความถูกต้องมันถูกต้องอยู่แล้ว ใครจะมาอยู่ตำแหน่งเป็นนางเอก ดังนั้นพี่ไม่ได้เลือกว่ามันคือบทอะไร แต่พี่เลือกที่ว่ามันมีอะไรให้พี่เล่นหรือเปล่า ค่าตัวเราแพง ต้องใช้เราให้คุ้ม อย่ามาเอาชื่อเราไปแล้วไม่มีอะไรให้เล่น พี่ไม่เอา การรับมือกับกระแสวงการบันเทิงยังไง ที่มันเปลี่ยนแปลงไปคนละแบบกับยุคของเรา ไม่มีอะ ไม่หรอก พี่ว่าพี่ตั้งหลักแห่งความไม่เที่ยง

หลายคนสงสัยที่ไม่รับงาน เพราะว่าสบายแล้วหรือเปล่า มีคนดูแลแล้ว เราจะบอกว่าพอดีว่าสามารถมีเองได้ ก็สิ่งที่เราทำไว้มันก็รองรับเราในวันนี้อยู่แล้ว

~

~

มันก็เป็นคำตอบอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีใครเลี้ยง คนที่เข้าหาเราก็มีหมดทุกรูปแบบ แต่เราอาจจะไม่ได้ต้อนรับเท่าไหร่ มาทั้งแบบไม่รู้ว่าเราเป็นนักแสดงก็มี ก็คือต่างชาติก็พูดไทยได้ เจอกันที่คอนเสิร์ต ‘พี่เบิร์ด’ ส่งไลน์มาขับรถยี่ห้อนั้น ยี่ห้อนี้ เขาคงไม่รู้ว่าเราคือใคร ก็จะมีทุกรูปแบบ มันมีบางคนถามพี่ว่าไม่เอาเขาจริง ๆ เหรอ อันนี้ตอนนี้เป็นนักการเมือง เราเลยบอกไป เราไม่เอา เราก็เช็กหลายหูเลย พอเช็กไปเช็กมาคิดว่าขอถอยดีกว่า เราไม่ได้อินกับเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ ถ้าเอามาแล้วทุกข์เราไม่เอาดีกว่า”