แม่แตงโม ฝากถึงทนายเดชา เลิกคิดถึงได้แล้ว ไม่รักแล้ว

178

หลังพบกับกรรมาธิการนายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ และนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม โดยคุณแม่ รู้สึกสบายใจและมีความหวังมากขึ้น แต่ต้องทำตามระเบียบของกรรมาธิการ และดีใจที่แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ เข้ามาช่วยเหลือ และได้ขอโทษคุณหญิงหมอไปตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว กับเรื่องก่อนหน้านี้ที่มีปัญหากัน ตั้งแต่มีนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เป็นทนายความ ซึ่งตอนนั้นตนไม่ค่อยได้พูดและไม่กล้าขัดใจนายเดชา ส่วนกรณีที่มีการส่งพัสดุมายัง กมธ. แต่ไม่ได้จ่าหน้าซองพัสดุเป็นชื่อบังแจ็คนั้น ตนก็ไม่ทราบเรื่องนี้

~

~

นางภนิดา กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาที่ตนไม่ได้คิดว่าเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากไม่มีใครแนะนำ และนายเดชา ก็ไม่ได้แนะนำ ซึ่งบอกตนแค่ว่าอย่าทำ เดี๋ยวหาทางลงไม่ได้ และย้ำอยู่ตลอดเวลา กระทั่งฟ้าเปิดและได้มาเจอนายมงคงกิตติ์ จึงได้ทำอะไรทุกอย่างที่จะเป็นความจริง และเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งตนได้บอกกับแตงโมทุกวันว่า จะหาความยุติธรรมให้ได้ ถึงจะเหนื่อยแต่ก็ยินดีทำให้ลูก

~

~

เมื่อถามว่าคุณแม่อยากฝากอะไรถึงนายเดชาหรือไม่ คุณแม่ หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า เลิกคิดถึงคุณแม่ได้แล้ว คุณแม่จ่ายค่าข้าวไปแล้ว ทำไมต้องปล่อยให้เป็นข่าวหลายวัน คุณแม่คิดว่านายเดชาเป็นคนปล่อย ซึ่งหากนายเดชา คิดถึงคุณแม่ก็ขอให้เงียบ ๆ คิดถึงในใจ ซึ่งตอนนี้คุณแม่ไม่รักนายเดชาแล้ว แต่ยังคิดถึงอยู่ สามารถคิดถึงกันได้

~

~

ด้านนายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตอนนี้ฟ้าเปิด ขณะนี้รอให้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ในฐานะคณะทำงานร่างหนังสือเสร็จ เพื่อที่จะพาคุณแม่ไปยื่นเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้เป็นคดีพิเศษ

~

~

นายมงคลกิตติ์ ยังฝากไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่าเนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญ และส่งผลต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ซึ่งสามารถเรียกคดีนี้ว่า “แตงโมโมเดล” หากคดีนี้ประสบความสำเร็จก็ถือว่าประชาชนช่วยกัน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบกฎหมาย เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน และเชื่อว่านายกฯ คงจะใส่ใจ เห็นใจประชาชนที่สนใจและต้องการให้คดีนี้เป็นคดีพิเศษ หากนายกฯ กำชับกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และบอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษอย่างเต็มที่ ก็เชื่อว่าความศรัทธาจะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและตัวนายกรับมนตรีเอง โดยมองว่าตำรวจได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง จึงไม่อยากไปตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เมื่อถามว่าการทำคดีนี้อาจทำให้ถูกฟ้องดำเนินคดี นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า การเป็นผู้แทนประชาชน หากปล่อยให้ประชาชนไปเจ็บด้วยตัวเอง และไม่รู้จักเสียสละเอาตัวเข้ามา จะเป็นส.ส.ไปทำไม หากเรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้ เรื่องปากท้องประชาชนจะทำได้อย่างไร ส่วนกรณีที่นายเดชาออกมาระบุว่า อาจจะส่อผิดจริยธรรม ส.ส.นั้น นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หลุดเก้าอี้ ส.ส.ก็หลุดไป เพราะ ตำแหน่งอยู่ได้ไม่นาน แต่ตำนานอยู่ได้ตลอดไป