นางเอกสาว หาเลี้ยงครอบครัว

556

นางเอกสาว…”ยุ้ย จีรนันท์ ” ที่ตอนมีมีงานละครถ่ายทำแค่1 เรื่อง คือ เพลิงพระนาง นอกจากนั้นยังไม่มีวี่แววเธอจะรับเล่นละครเรื่องใหม่ซักที จนจู่ๆ ก็มีข่าวเม้าท์ว่า “ยุ้ย จีรนันท์ ” น้อยใจช่อง7สี ที่ป้อนแต่บทรองให้ ไม่โดดเด่นเหมือนนางเอกคนอื่นๆ ที่ได้แต่บทดีดี ท้าทายความสามารถ ทางด้าน “ยุ้ย จีรนันท์ ” ก็เคยออกมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า ด้วยอายุที่มากขึ้น จึงอยากขอพิจารณาเลือกรับละครมากขึ้น เพราะเมื่อก่อนให้เล่นเรื่องไหน ก็เล่นหมด ไม่ค่อยเลือกบท ตอนนี้เลยขอเน้นบทเด่นๆบ้าง จึงเป็นสาเหตุที่เธอต้องปฏิเสธละครที่ติดต่อมานั่นเอง

“มีแค่กระเป๋าเสื้อผ้าหนึ่งใบอยู่ในห้องเช่าสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่ไม่มีเครื่องอำนวยสะดวก รับจ้างสอยผ้า เดินหางานจนคุณแม่เป็นลมบนสะพานลอย” พล็อตเรื่องชีวิตต้องสู้แบบนี้ฟังดูคุ้นๆ และเห็นได้บ่อยๆ ในละครไทย ที่กว่าชีวิตของนางเอกจะพบความสุขนั้นก็ปาไปถึงตอนจบ แต่ถ้าบอกว่านี่คือชีวิตจริงที่ของนักแสดงอย่าง “ยุ้ย จีรนันท์ มโนแจ่ม” เมื่อราวสิบกว่าปีก่อนที่เธอจะได้เป็นนางเอกแถวหน้าในปัจจุบัน “ยุ้ย จีรนันท์” เป็นเด็กสาวจังหวัดสระบุรี

เติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเด็ก และมีคุณตาและคุณยายที่คอยเลี้ยงดูและอบรมสั่งสอน”ตั้งแต่จำความได้ยุ้ยโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่แยกทางกันและก็อยู่กับคุณตาคุณยายมา ยุ้ยมาจากคำว่าศูนย์ไม่มีสมบัติไม่มีอะไรที่เป็นของตัวเองเลย ตัดสินใจเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ มาแค่กระเป๋าคนละใบกับแม่และก็มาอยู่ในห้องเช่าสี่เหลี่ยมๆ ที่ไม่มีอะไรเลย เงินก้อนแรกที่เป็นก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิตก็เป็นก้อนที่ได้จากประกวดดัชชี่

มันเป็นรางวัลที่เยอะมากสำหรับเด็กต่างจังหวัดคนหนึ่ง ที่ในชีวิตไม่เคยได้จับเงินเยอะขนาดนี้ และก็ยังเป็นเงินที่ทำให้เราใช้ชีวิตก่อนที่จะเล่นละครและดูแลแม่ดูและตากับยาย” ชีวิตก่อนเข้าวงการยุ้ยบอกกับเราว่าเพราะไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย บวกกับเป็นเด็กที่พ่อแม่แยกทางกันจึงอยากลบคำสบประมาทที่คนชอบมองว่าเด็กที่ครอบครัวแตกแยกจะต้องมีปัญหา จิตสำนึกจึงสั่งให้รักที่จะได้ดี ยุ้ยจึงตั้งใจและขยันทำงานหารายได้ช่วงปิดเทอมเพราะไม่อยากรบกวนตาและยาย

โดยเริ่มทำตั้งแต่งานรีเซฟชั่น “เด็กเสริฟ” รับจ้างสอยผ้าสอยกระโปรงชุดแต่งงาน และขายของ “ยุ้ยเป็นคนที่คิดอยู่เสมอทำอะไรก็ได้ให้ตากับยายภูมิใจมีความสุขไม่ต้องมาหนักใจ ความคิดเหล่านี้มันเกิดขึ้นกับยุ้ยตั้งแต่ยุ้ยจำความได้ยุ้ยรักตากับยายมากที่สุด มากจนที่ทุกอย่างที่คิดที่อยู่จิตใต้สำนึกคือทำทุกอย่างเพื่อตากับยาย อยากเลี้ยงดูตากับยายและแม่ให้สุขสบายที่สุดไม่ลำบากค่ะ” ชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วย “กลีบกุหลาบ”หลังจากผ่านความลำบากตอนอยู่ต่างจังหวัดแล้วนั้น ยุ้ยได้มาประกวดเวทีดัชชี่ และต้องเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองหลวงกับแม่ ซึ่งสิ่งที่ตามมาคือการต่อสู้กับชีวิตการทำงานในวงการบันเทิงที่แม้จะได้เป็นนางเอกแล้วก็ตาม