หลายคนตัดสินใจลาออกจากงานที่ตนรัก เพื่อสังเวยให้กับคนร้ายๆในองค์กร

6,457

หลายคนตัดสินใจลาออกจากงาuที่ตนรัก เพื่อสังเวยให้กับสังคมที่มีแต่คน ร้ายๆในองค์กร โดยที่เจ้านายไม่ได้ปกป้องลูกน้องที่ดี แต่กลับนิ่งเฉย ปล่อยเนื้อร้าย ไว้ในองค์กร

หลายบริษัทต้องเสียพนักงานดีๆ ไปเพียงเพราะมี “คนร้ายๆ ในองค์กร” แต่ก็ไม่สามารถจัดการอะไรได้ คนดีๆ คนเก่งๆ ก็ลาออกไปกันหมด

หลายๆคน ตอบได้เต็มปากเต็มคำ “ฉัน รักงาu ของฉันมากนะ” พวกเขาไม่ได้มี ปัญหา กับงาu หนักแค่ไหนก็ลุยได้ แต่บางครั้งการทำงาuกับคน เลวๆ กำลังจะทำให้เขาหมดไฟที่จะไปต่อกับองค์กรในที่สุด เขายอมละทิ้งงาuที่เขารัก

เพื่อสังเวยให้กับคนเหล่านี้ได้เสมอ เมื่อเจ้านายไม่จัดการอะไรเลยสักอย่าง บอกอะไรก็ดูเหมือนจะไม่ตักเตือน หรือไร้ซึ่งการพัฒนาตนเองของคน ร้ายๆ คนนั้น แล้วที่มัน เลวร้าย ไปกว่านั้นคือ คนร้ายๆเหล่านั้น กลับเป็นเจ้านายของเขาเสียเอง

และเป็นคนทำให้บรรยา กาศการทำงาuมันแย่ไปกว่าเดิม “คนในองค์กรระดับสูง” คือชนชั้นเจ้านายมีผลมาก ต่อการที่วัฒนธรรมองค์กรจะเปลี่ยน หรือไม่เปลี่ยน ถ้าคุณเห็นบุคคล หรือกลุ่มคนที่เป็นเนื้อ ร้าย ขององค์กร ด้วยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่คุณยังคงนิ่งเฉย ไม่ทำอะไร สุดท้ายคนดีๆ ทำงาuเก่งๆเจ๋งๆ ก็จะลาออกไปกันหมด

เพราะพวกเขาทนสภาวะแวดล้อมในการทำงาu เลวๆนั้นไม่ได้ แต่ที่เจ้านายนิ่งเฉย บางครั้งเขาเห็น ปัญหา แต่เขาทำเป็นไม่เห็น เพื่อไม่ให้ตัวเองเดือดร้อนไปด้วย หรือลงไปเล่นใน สงครา มการเมือง ของลูกน้อง เพื่อเอาตัวรอด ให้ตน ปลอดภัย ไม่แตะลง “ ปัญหาคน”

ทั้งๆที่มันกำลังจะเป็น ปัญหา กระทบไปถึงงาuเสียด้วยซ้ำ ความพ ยายา มของเจ้านายในการแก้ปัญหาคน สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร และสิ่งแวดล้อมในการทำงาuให้น่าอยู่ขึ้น ซึ่งจะช่วย HR ขับเคลื่อนได้ดีมาก

ด้วยความร่วมมือ การ report และ feedback ต่างๆ กลุ่มคนที่สร้าง ปัญหา ให้เพื่อนร่วมงาu และพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ในคำพูด และการกระทำ มันทำให้การทำงาuไร้ความเป็นทีม จะหาความเป็นทีมได้จากคนทำงาuกร่างๆในที่ทำงาu ที่ไม่สนใจการอยู่ร่วมกับคนอื่น หรือการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในองค์กร คงหาไม่ได้อีกแล้ว

และถ้าพ ยายา มแล้วที่จะแก้ไข แต่คนเหล่านั้นไม่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ผู้บริหารและ HR ควรต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งที่เด็ดขาดมากพอ ไม่อย่างนั้นแล้ว เขาจะเสียคนฝีมือดีที่เป็นเส้น เลือด ใหญ่ขององค์กรไปเรื่อยๆ จนเหลือไว้แต่ “เจ้าที่ขาโจ๋” ที่ทำตัวยิ่งใหญ่ แต่ไม่ทำงาu และไม่เป็นเพื่อนร่วมงาuที่ดี

แล้วก็ยังคงเก็บเอาไว้ในองค์กร ยอมจากไปเพื่อแลกกับ สุขภาพ จิตของตนเอง คนเราใช้เวลาในที่ทำงาuปีหนึ่งๆ มากกว่าได้หยุดอยู่บ้านเสียอีก ลองคิดดูสิคะ บางคนอยู่ออฟฟิศมากว่าอยู่บ้านเสียอีก

หลายคนรักงาu ยอมทำงาuโดยไม่รับโอที ยอมสละเวลาทุกอย่าง แต่กลับได้เพื่อนร่วมงาu ร้ายๆ ก็ไม่อ ยา กอยู่หรอกค่ะ

บอกตรงๆเลย มันเป็น ” สุขภาพ จิต” ทั้งหมดของพวกเขา ให้เขาแลกชีวิตการทำงาu กับการต้องเป็นบ้ากับคนในงาu เมื่อเขาลองชั่งน้ำหนักแล้วมันไม่คุ้ม สุดท้าย เขาเลือกลาออกไปดีกว่า เพราะมันแลกกับจิตที่ดีกลับมา และมันทำให้คุณค่าในการใช้ชีวิตในที่ทำงาuของเขากลับมาด้วย เมื่อได้ทำงาuที่รัก และเจอเพื่อนร่วมงาuที่น่ารักอยู่ร่วมไปด้วยกัน

มันทำให้โลกของการทำงาuน่าอยู่ เป็น teamwork งาuก็สำเร็จ ความสัมพันธ์ก็ดี ความสุขก็กลับมา แต่ปัญหา คือ การลาออกไปหาที่ใหม่ ไม่ได้รับประกันว่า เราจะไม่เจอคน ร้ายๆ แต่ก็ขอภาวนาละกันว่า ขอให้ได้เจ้านายดีๆที่จัดการผู้ ร้าย ในคราบเพื่อนร่วมงาuให้เราได้ และเจ้านายก็อย่าเป็นผู้ ร้าย เสียเอง เพี้ยง

อ่านแล้วถูกใจมาก ทุกวันนี้ แม้แต่เพื่อนร่วมงาuหรือคนที่ปริญญาชีวิตรู้จัก หลายคนพบ ปัญหา นี้ และลาออกกันไปมากมายเพียงเพราะไม่ชอบเพื่อนร่วมงาu ทั้งๆ ที่เป็นคนที่ทำงาuเก่งมาก สละเวลาทุกอย่างเพื่องาu และมีความรับผิดชอบสูงมาก แต่บริษัทไม่สามารถจัดการกับคนร้่ายๆ ที่เลี้ยงเอาไว้ได้ เค้าจึงต้องขอลาออกไปหาที่ใหม่ที่อาจจะดีกว่าเดิมนั่นเอง

เนื้อหาดีๆ จาก Thanabatra Beboyl Chaidarnn page owner: ตุ๊ดส์review / Pussy can talk

เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต